Welcome

Welcome

Profile

Profile

แนะนำ หลักสูตร การพัฒนาตนเองและทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

การพิพากษาใจ

..
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณตัดสินคนอื่นว่านิสัยใจคอเป็นยังไง
เมื่อนั้นก็เท่ากับเป็นการพิพากษานิสัยของคุณเองในทันที
..
การที่คุณมองเห็นการกระทำ
หรือ ตัดสินใครคนนั้น ว่า..อุปนิสัยดี หรือไม่ดียังไง
..
ไม่ได้เกิดจาก ตัวคนๆนั้นว่า เขาดีหรือไม่ดี จริงหรือไม่
แต่นั่นหมายถึง การตัดสินใจบอกตัวเองไปแล้วว่า
"ฉัน เป็น คนแบบนั้น"
..
เพราะข้อเท็จจริง
ไม่ได้อยู่ที่สิ่งภายนอก
ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น
ไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์สถานการณ์ใดใด
..
แต่ มันเกิดจากความคิดภายในจิตใจของคุณ
..
สิ่งนั้น คนนั้น
จะถูกหรือผิด
ก็เพราะการแปลความหมายตามความคิด
..
สิ่งนั้น คนนั้น เหตุการณ์นั้น
จะดี หรือ ไม่ดี
ก็เพราะการตีความตามความรู้สึก
..
ฉะนั้น
ระมัดระวังการกล่าวโทษคนอื่นไว้อยู่เสมอ
เพราะ จิตใต้สำนึกจะจดจำ
เซลล์สื่อประสาทในสมอง
จะจดจำเรื่องราวทั้งที่ดีและไม่ดี
..
ดังนั้น
เพื่อให้ จิตใจอันดีงามของคุณ ได้จดจำเงื่อนไขที่ดี
เพียงคิดถึงเรื่องราวดีดี รู้สึกดี มีความสุข
ซึ่งจะส่งผลให้พฤติกรรม ออกมาดี
ในขณะที่สมองก็จะหลั่งสารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย
สุขภาพร่างกายจะแข็งแรง สุขภาพจิตจะเบิกบาน
แล้วผลลัพธ์ต่างๆในชีวิตก็จะดีอย่างเป็นระบบ..นั่นเอง

ศิลปะของการเป็น "ผู้รับ" สำคัญ พอๆ กับการเป็น "ผู้ให้"

..
ศิลปะของการเป็น "ผู้รับ"
สำคัญ พอๆ กับการเป็น "ผู้ให้"
..
โดยเฉพาะ .. "การปฏิเสธ" สิ่งที่ผู้ให้เต็มใจให้..
เป็นสิ่งที่ควรพึงระวังมากที่สุด
เพราะ นั่นมีความหมายว่า ..
ผู้ให้กำลังถูกคุณต่อว่า และ ดูถูกอย่างแรง
ประหนึ่งเหมือนกับว่า ..
ผู้ให้นั้น จะไม่มีความสามารถในการให้แบบนี้ได้อีกในครั้งต่อไป
ความเกรงใจของคุณจึงเท่ากับเป็นการดูถูก
ซึ่งก็คือการทำร้ายผู้ให้ในทันทีทันใด
..
อันจะส่งผลให้ครั้งต่อไป ก็จะไม่มีใครกล้าให้อะไรดีดีกับคุณ
นั่นก็เป็นเพราะ เค้ารู้ว่า เมื่อให้ไป ก็จะต้องรู้สึกเสียน้ำใจอีกอยู่ดี
..
..
โปรดรับสิ่งของที่ผู้ให้เต็มใจให้..นั้นมา
เพราะในขณะที่คุณเป็น"ผู้รับ"
คุณก็กำลังเป็น"ผู้ให้"ไปในตัว
..
นั่นคือ .. เมื่อคุณกำลังเป็นผู้รับเป็นสิ่งของ
คุณก็กำลังมอบความสุขแก่ผู้ให้กลับคืนไป
..
และเมื่อไหร่ที่คุณได้ให้วัตถุสิ่งของกับใครไป
คุณก็กำลังได้รับความอิ่มเอมใจกลับคืนมาด้วยเช่นกัน .. นั่นเอง
..
..

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

การทำสมาธิ


การมาของปัญญา

..
การมาของปัญญา
..
ด้วยการทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า ..
..
"สมอง" เป็นเพียงตัวเก็บข้อมูล
เก็บเงื่อนไขต่างๆ ที่คุณป้อนเข้าไป
"สมอง" ไม่ได้ทำหน้าที่คิด ..
แค่มีหน้าที่จดจำ และทำตามเงื่อนไขที่เคยเกิดขึ้น
..
ที่เราเข้าใจและรู้สึกว่า สมองคิด นั้น ก็เป็นเพราะ
สมอง มีหน้าที่ทำความรู้สึกต่าง ๆ
ให้เป็นอย่างที่ถูกวางเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรก
..
..
ส่วนตัวปัญญา มีจิตใต้สำนึก เป็นผู้ช่วย
ที่จะเข้ามาทำการจัดเรียงข้อมูลให้อย่างเป็นระบบ
และ ช่วยดึงเอาข้อมูลจากสมอง มาค้นหาคำตอบให้
ในสิ่งที่คุณต้องการ สำหรับเป้าหมาย และความสำเร็จในชีวิต
..
..
ดังนั้น
เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราอยากเปลี่ยนพฤติกรรม
ที่ร้ายๆ ให้กลายเป็นดีดี
ต้องการเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ให้กับสมอง
จากทุกข์ กลายเป็น สุข
..
จะต้องให้ ลบล้างเหตุผลเดิมๆ ออกไปเสียก่อน
ด้วยวิธีการ ไม่ให้ "จิตสำนึก" เข้ามาช่วยคิด
เพราะ มนุษย์จะไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรม
หรือ เปลี่ยนอุปนิสัยได้ ถ้าหากใช้เพียงแค่ระดับของเหตุผลดีดี
แต่ มนุษย์จะเปลี่ยนเพราะได้รับรู้ข้อมูลดีดี ย้ำๆซ้ำๆบ่อยๆ
..
..
วิธีที่ง่าย และ ได้ผลเร็วที่สุด
นั่นก็คือ "วิธีการสะกดจิต"
เพื่อให้จิตสำนึกทำงานน้อยลง
แล้วปล่อยให้จิตใต้สำนึก เข้ามาทำงานให้มาก
ทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีตัวมารบกวน
ในช่วงป้อนข้อมูลที่ดีดี เข้าไปใหม่
..
..
และ นั่น จะทำให้เกิดปัญญา ..
ที่จะช่วยค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด
ให้กับชีวิตที่ดีงาม เจริญงอกงาม
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

นิยามความสุข..ของคุณคืออะไร..??

..
ถ้ามีการตั้งคำถามว่า..
..
ในรัศมี 200 เมตร รอบตัวเรา ..มีใครบ้างที่ไม่ทุกข์ ..??
ถ้าคำตอบคือ..ไม่มี
..
ก็ต้องตั้งคำถามอีกด้วยว่า..
แล้วในรัศมี 200 เมตร รอบตัวเรา
หรือรัศมี 200 ปีแสง.. มีใครบ้างที่ไม่มีความสุข .. ??
ถ้าคำตอบคือ .. ไม่มี ..
..
..
แสดงว่า เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีความสุขกันทั้งนั้น
..
เพียงแค่..รู้จักมองเห็นมัน .. เพราะสุขกับทุกข์มาคู่กัน
..
ทุกคนจึงมีหน้าที่ .. ที่จะต้องมีความสุข เป็นอันดับแรก
ตั้งแต่ตื่นนอน ก่อนที่คุณจะไปทำหน้าที่อย่างอื่นในชีวิต
..
และก่อนหลับตานอน หรือ ก่อนตายก็ตาม
คุณก็ต้องทำหน้าที่.."มีความสุข"
เป็นอย่างสุดท้ายด้วยเช่นเดียวกัน .. นั่นเอง

เมื่ออยู่กับกิเลส .. ก็ต้องใช้กิเลสให้เป็น..


วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

มองโลก..ตามความเป็นจริง

..
มองโลก..ตามความเป็นจริง
..
คนโลกสวย ก็ต้องเข้าใจว่า มีโลกขี้เหร่ อยู่ด้วย
เพียงแค่ไม่เอาโลกขี้เหร่มาทำร้ายให้ใจเจ็บ
แล้วเลือกเอาโลกสวยมาใช้ด้วยความเข้าใจว่า..
ก็แค่เลือกมอง เลือกใช้ คัดสรรสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นสุข ให้กับชีวิต
..
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอน ให้เห็นทุกข์ แล้ววางทุกข์ ด้วยมรรค 8
ก็เมื่อ สุขกับทุกข์ มาคู่กัน แล้ว
คุณเลือกวางทุกข์ ก็จะเหลืออะไรอยู่เล่า..?
หากไม่ใช่ "ความสุข"
..
สุดท้ายบั้นปลายชีวิต .. ก็เลือกว่า
ไม่ว่าโลกสวย หรือ โลกขี้เหร่ ก็เป็นเพียงของสมมุติ ของลวงหลอก
เมื่อคุณ "วางทุกข์" ได้ตั้งแต่ที่ยังมีลมหายใจ
เมื่อจากโลกนี้ไป ก็ย่อมจะทำใจ "วางสุข" ให้ได้ ด้วยเช่นกัน
เพื่อเข้าสู่นิพพาน อันเป็นความสุขที่ไม่ต้องการสมมุติใดใดเลย ก็เท่านั้น..นั่นเอง

สูตรแห่งความสำเร็จ ในชีวิตมนุษย์


วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

กฏแรงดึงดูด .. คุณแค่เลือกความสุข แล้วมันจะเกิดขึ้นทันที


วิธีการเกิดปัญญาของมนุษย์

..
ตั้งคำถาม ตั้งโจทย์
ถึงสิ่งที่เราต้องการในชีวิต..ให้กับ"จิต"
แล้วระลึกถึงสิ่งนั้นอยู่อย่างต่อเนื่อง (สมาธิ)
..
แล้ว"ปัญญา"จะเกิดขึ้น.. ตามมาเอง
ยิ่งมีข้อมูลที่ดีมาก (Information)
ก็จะต่อยอดปัญญาได้เร็วไว
ยิ่งระลึกถึงสิ่งที่ต้องการบ่อยๆเสมอๆ
ก็จะเร่งให้เกิดปัญญาในสิ่งที่ต้องการนั้นได้เร็วไวยิ่งขึ้น
..
ปัญญา คือการ
รู้ด้วยตัวเอง
เข้าใจด้วยตัวเอง
รู้สึกได้ด้วยตัวเอง
มีความสุขได้ด้วยตัวเอง
..
..
ย้ำๆซ้ำๆ กับคำพูดดีดี ประโยคดีดี ภาพดีดี ความรู้สึกดีดี
ตั้งคำถามกับตัวเองดีดี
(ไม่สร้างเงื่อนไขให้กับตัวเอง)
บอกตัวเองอยู่เสมอ จดจ่อ ตั้งใจมั่น อย่างต่อเนื่อง ว่า
ฉันทำได้ ฉันคู่ควร ฉันมีคุณค่า ฉันมีความสุขที่สุด
ฉันทำเป้าหมายในชีวิตได้ดีมากกว่าที่ฉันคิดได้
..
..
คุณคู่ควรมีชีวิตที่เต็มไปด้วยปัญญา ได้รับคำตอบ จากการตั้งคำถามที่ดีที่สุด .. นั่นเอง